ทางเข้าบ้านเพลงเก่า

นกน้อยที่ขับขานเสียงเพลงให้โลกมีความสุข

            สวัสดีค่ะชาวบ้านเพลงเก่า วันนี้เรามีสกู๊ปพิเศษศิลปินดังในอดีต ตามคำขอนะคะ ซึ่งถึงแม้เว็บเราจะเล็กๆ แต่พวกเราใจใหญ่ค่ะ อิๆ ในเมื่อขอมา เราก็ให้ค่ะ การตามล่าหาศิลปินในดวงใจของชาวบ้านเพลงเก่านับแสนคน(อู้หู..)คราวนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยค่ะ พวกเค้าคือวงคีรีบูน นี่เอง (แปะๆๆๆๆ)

            เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักวงคีรีบูนเลยค่ะ เพราะเป็นวงดนตรีที่มีบทเพลงที่ไพเราะมากๆ ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไป แฟนเพลงในรุ่นนั้นก็เติบโตตาม กาลเวลา แต่เราเชื่อว่าในความทรงจำที่ดีๆนั้นมีพวกเค้า วงคีรีบูน อยู่ในดวงใจแน่นอนค่ะ แล้ววันนี้พวกเราก็ได้มาบุกบ้านพี่อ๊อด คีรีบูน พร้อมนัดพูดคุยกัน กับพี่โอ๋ คีรีบูนด้วย ตลอดเวลาแห่งการสัมภาษณ์ ทำให้พวกเราประทับใจในความเป็นกันเอง และทำให้เรารำลึกถึงอดีตได้อย่างมีความสุข พวกเราขอขอบพระคุณพี่ๆทั้งสองมา ณ ตรงนี้ด้วยค่ะ
***************************************************************

ขอเท้าความกลับไปหาว่าประมาณ ปี พ.ศ. ไหน คือจุดแรกเริ่มในการทำเทป หรือมารวมตัวกันได้อย่างไรคะ

พี่อ๊อด : คีรีบูน…มารวมตัวกันก็โน่นน่ะ นะ
พี่โอ๋ : ต้องย้อนไปกว่านั้นนะฮะ จริงๆแล้วไม่ใช่วงปัจจุบัน
พี่อ๊อด : คีรีบูน เดิมทีนะฮะ ชื่อที่เห็นก็เป็นสมาชิกอีกกลุ่มนึง แต่จริงๆ ตั้งกันในกลุ่มเพื่อนนักเรียน เพื่อนนักเรียนสมัยเรียน ม.ศ. 1, ม.ศ. 2 ออกเทปตอนปี 2526

ตอนนั้นออกเทปไม่ใช่ชื่อ "คีรีบูน" เหรอคะ

พี่โอ๋ : คีรีบูนฮะ แต่ว่าคือ…เป็นทีมเดิม ทีมเดิมเล่นโฟล์คซองมาด้วยกันตั้งแต่มัธยม ประกวดโฟล์คซองโรงเรียนกันไปเรื่อยๆ ชื่อโรงเรียนศรีลาจารพิพัฒน์ แล้วก็มีเพื่อนต่างโรงเรียนด้วย แต่ว่าบ้านอยู่ละแวกเดียวกัน จับมารวมตัวกัน ช่วงนั้นมันมีรายการ…ยุคก่อนมีรายการพวกเพลงโฟล์คซองเยอะ ก็มีการจัดประกวด แล้วก็ให้ส่งเทปตัวอย่างเพลงที่เราแต่งไปด้วย ไปที่รายการเด็ก ชื่อรายการอะไรไม่รู้ … จำไม่ได้
พี่อ๊อด : ซันเดย์แก๊ป
พี๋โอ๋ : ใช่มะ … อีกอันนึงอะ ซันเดย์แก๊ป แล้วอีกอันนึงน่ะ ที่ว่าถ้าเผื่อชนะที่ 1 แล้วจะได้ออกเทปน่ะ ก็เลยส่งเทปไป เพื่อที่จะคัดรอบแรก

แต่งเพลงเองรึเปล่าคะ ตอนนั้น
พี่โอ๋ : ใช่ๆๆๆๆ
พี่อ๊อด : แต่งเอง
พี่โอ๋ : เป็นเพลงในชุด "หากรัก" หลายเพลง…ก็ส่งไป เค้าก็จะคัดก่อน นั่งฟังเพลงตัวอย่างก่อนไงว่าวงไหนที่จะเข้ารอบแรก…ก็จะคัด….ทีนี้พอคัดแล้ว ปรากฏว่ามีแมวมองคนนึงเขาก็ไปนั่งฟังด้วย แกก็เกิดชอบเพลง รู้สึกว่าวันนั้นจะมีเพลง "หากรัก" "แม่จ๋า" อยู่ด้วยในนั้น ในชุดนั้นนะฮะที่เราอัดไป ก็เป็นโฟล์คซองธรรมดา เค้าก็เกิดชอบ…ชอบก็ติดต่อกลับมาว่า สนใจอยากจะทำเทปมั้ย? อะไรเงี้ย…ทางเค้าจะลงทุนให้

                   


แล้วเค้าเป็นค่ายหรือยังคะพี่ ?
พี่โอ๋ : ยังๆๆๆๆ เค้าก็เป็นแบบ…เค้าจะเอาไปเสนอค่ายให้เรา ก็เลยติดต่อมา…ก็เลยปรึกษากันกับเพื่อนๆ ก็เออ…ก็คิดว่าตอนแรกก็กลัวๆ เหมือนกันว่า เอ๊ะ! เค้าจะหลอกเรารึเปล่า คราวหลังก็เลยตัดสินใจทำ ก็คือช่วงที่ได้อัดเสียงเนี่ย เป็นช่วง Entrance ช่วงที่จะประกาศผล ใช่มั้ยฮะ ก็ปรากฏว่าตอนนั้นในวงเนี้ยมี 5 คน

คือตอนนี้…ใช่มั๊ยคะ (ชี้ที่ปกเทปชุดแรก)
พี่โอ๋ : ไม่ใช่ๆๆ ไม่ใช่ตอนนั้น ก็จะมีเพื่อนอีกกลุ่มนึง ก็ปรากฏว่าทุกคนติดหมดเลย มีพี่คนเดียวที่ไม่ติด

ติด Entrance เหรอคะ
พี่โอ๋ : ใช่ ก็มือกลองก็ไปติดนายสิบหรืออะไรเนี่ย มือเบสก็ติดวิศวะ อ้อ! มีมือคีย์บอร์ดก็ไม่ติด …ใช่…แต่ว่าพ่อแม่เค้าไม่ให้เล่น ตอนนั้นพี่อ๊อดก็ติดจุฬา มีพี่ 2 คนไม่ติด ทุกคนก็เลยบอกว่าไม่เอาล่ะ เรียนดีกว่าไม่อยากทำเทป เพราะว่าก็ไม่รู้ว่าทำแล้วมันจะเป็นยังไง.

ตอนนั้น ทำรึยังคะ
พี่โอ๋ : อ่า ! กำลังอยู่ในหัองอัด
พี่อ๊อด : ทำแล้วฮะ ตอนนั้นเค้าอัดเสียงแล้ว แล้วผลการ Entrance ก็ประกาศ

ก็เลยทำให้ลังเลใช่มั๊ยคะ
พี่อ๊อด : คือทุกคนในวงคีรีบูนเรา เราทุกคนเล่นดนตรีด้วย แล้วที่สำคัญก็คือ เรื่องเรียนเรามุ่งด้วย (เย้ๆๆๆ ดีใจจังเล้ยยย พี่อ๊อดได้พูดยาวๆ แล้ว หลังจากแย่งพี่โอ๋ไม่ได้ซะที) เพราะฉะนั้นแต่ละคนก็ Ent. ติดกันที่อื่น อะไรเงี้ย เพราะฉะนั้นก็ต้อง… อย่างพี่ก็บอกกับเพื่อนๆ ทุกคนว่า เฮ้ย…สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องเรียนก่อน ต้องเลือกเรียน
พี่โอ๋ : ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าทำแล้วจะเป็นไง ใช่มั้ยฮะ..
พี่อ๊อด : ตอนนั้นเราก็ยังเด็กๆ กันอยู่
พี่โอ๋ : จะดังรึเปล่าก็ไม่รู้ ก็เลย…พอดีว่าช่วงที่กำลังบันทึกเสียงอยู่เนี่ย รู้จักกับวงอินทนิล

อ๋อ อินทนิลเกิดก่อนเหรอคะ ….ตอนนั้น
พี่โอ๋ : อ่า เกิดก่อน… ชุดนึงหรือสองชุด ก็เพื่อนในวงคนนึงเนี่ย เป็นน้องชายของพี่ศาล

พี่ศาล ?
พี่อ๊อด : พี่ไพศาล คีรีบูน
พี่โอ๋ : ก็เลยคุยกัน ก็เลยคุยกันว่า ทาง…ตอนนั้นไปเสนอกับทาง RS เค้าแล้ว RS เค้าก็ OK

ตอนนั้นเป็น RS อยู่รึเปล่าคะ
พี่โอ๋+พี่อ๊อด : เป็น RS Sound
พี่โอ๋ : ตราดอกกุหลาบ ตอนนั้นยังไม่ใหญ่ แค่ตึกแถวห้องเดียวเอง เค้าก็บอกว่า เอ้ย … เค้าชอบเพลงมาก แล้วคราวนี้ สมาชิกฐานน่ะ ยังไง? ก็อยากจะทำแบบถ่ายภาพวง แล้วก็ทำ PR ข่าวหนังสือพิมพ์แล้วงี้ เค้าก็บอกว่าช่วยหาใครก็ได้มาให้ครบ เพราะตอนนั้นเหลือพี่กะพี่อ๊อดสองคนไง เพื่อนๆ ไปหมดแล้ว

อ๋อ….แล้วอัดเทปไปแล้วเหรอคะ
พี่อ๊อด : อัดเทปแล้วครับ
พี่โอ๋ : กำลังอยู่ในห้องอัดเลย บันทึกเสียงอยู่ ก็เลย…ทางอินทนิลเนี่ย เค้าก็เลยบอกว่า เอ้ย…มีเพื่อนเอามั้ย แนะนำมา…ก็อะ แนะนำพี่ศาล พี่หนุ่มมา พี่หนุ่มตัวสูง แล้วก็มีเพื่อนพี่อ๊อดคนหนึ่งชื่อพี่โหน่ง คนแรกที่ใส่แว่น (ชี้ที่รูปพี่โหน่ง)
พี่อ๊อด : มือเบส
พี่โอ๋ : แล้วก็พี่ตุ้ม พี่ตุ้มก็เป็นเพื่อนของเพื่อนพี่อ๊อด แนะนำกันมา ก็เลย….มาลองเล่นกันดู ลองอะไรกันดู ก็ไปถ่าย

แต่ไม่ได้อัดใหม่ คือ ไป Promote?
พี่โอ๋ : ใช่ๆๆๆ ก็คือ มารวมตัวกันแล้วก็ไปถ่ายภาพลงข่าว PR ก่อน ยังไม่ได้ถ่ายปก แล้วตอนหลังก็คุยกันไปคุยกันมาก็รู้สึกว่า เออ … ทุกคนก็มีความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกันก็เลยชักชวนกันมาทำ ..ก็เลยกลายเป็นวงเนี้ย.

คีรีบูน … แล้วทำไมถึงชื่อ คีรีบูน คะพี่
พี่โอ๋ : ให้พี่อ๊อดพูดดีกว่า (เย้ๆๆๆ พี่อ๊อดจะได้พูดยาวๆๆ แล้ว สงสัยพี่โอ๋เหนื่อย) ตอนแรกหาหลายชื่อมากเลยเนอะ

เหมือนนกป่ะพี่
พี่อ๊อด : มัน…เพลงมันเกี่ยวกับนก อย่างชุดแรกนี่ เออ…หากรัก ก็…(ฮัมเพลง) หากฉันเป็นนก…อะไรงี้นะ (พี่โอ๋ ฮัมเพลง) ..โอ นกน้อย… เราก็มาคิดดูว่า เออ..นกคีรีบูนเป็นนกที่มีเสียงเพราะ ก็เลยใช้ชื่อนี้

ก็หลังจากนั้น เทปก็ตูมมมมมม
พี่โอ๋ : ยังไม่ตูมนะ

จริงเหรอ?
พี่โอ๋ : คือช่วงแรกนี้ ขายไม่ได้เลย
พี่อ๊อด : ลุ้น ลุ้นกันน่าดู

คนไม่รู้จัก แรง Promote ยังไม่มีใช่ป่ะคะ
พี่อ๊อด : เค้าไม่ได้ Promote อะไร

ตอนนั้นวงอะไรดังนะพี่…จำไม่ได้
พี่อ๊อด : ตอนนั้นๆๆ แกรนด์เอ๊กซ์ ดังอยู่
พี่โอ๋ : แต่ถ้าค่ายจะเป็นนิธิทัศน์จะดัง เค้ามีวงเยอะ มีแกรนด์เอ๊กซ์ มีอินโนเซ้นต์ มีฟอร์เอฟเวอร์ อะไรงี้ ประมาณนี้น่ะ
พี่อ๊อด : แมคอินทอชก็มา

ตอนนั้นแมคอินทอชเกิดแล้ว?
พี่อ๊อด : แมคอินทอช, อินโนเซ้นต์ แกรนด์เอ๊กซ์
พี่โอ๋ : แล้วที่นี้ก็…ก็ช่วงนั้นก็ไม่รู้นะ เราก็เรียนหนังสือกันไปอะไรกันไป ก็เข้าไปบริษัทฯ ก็ถามเฮียจั๊ว เฮียจั๊วว่า …โอ้โห…เทปพวกมึงเนี่ย ไม่วิ่งเลย (พี่อ๊อดหัวเราะ) แกก็เครียดแล้วนะ ไม่ไหว…3 เดือนไปแล้วก็บอกว่า สงสัยไม่ใหวเหมือนกับอยากจะหยุดโปรโมต หยุดอะไรล่ะ คิวเพลง คิวอะไรงี้ พอเริ่มเข้าเดือนที่ 4 เทปเริ่มมี repeat กลับมา เริ่มมียอด มีอะไรเข้ามา

เป็นเพราะอะไรคะพี่ แรง Promote แรงอัดวิทยุ?
พี่โอ๋ : อาจจะเป็นวงใหม่ด้วยมั้ง คนยังไม่รับเพลงเท่าไหร่
พี่อ๊อด :
คือเพลงพวกนี้ มันเป็นเพลงฟังน่ะฮะ มันต้องอาศัยเวลาน่ะ
พี่โอ๋ : มันอาศัยเวลาฟัง มันจะเพราะ
พี่อ๊อด : พอฟัง เออ… เอ้อ…ก็เพราะดีนี่อะไรงี้ พอเพราะมันก็เริ่มปากต่อปากล่ะ

ความที่ใหม่ด้วย?
พี่อ๊อด : ใช่…ใหม่ด้วย
พี่โอ๋ : วงใหม่ด้วย

ของนิธิทัศน์ตอนนั้นมีหลายวง แต่ละวงดังๆ ทั้งนั้น
พี่อ๊อด+พี่โอ๋ : ใช่ๆๆๆๆ
พี่อ๊อด : เค้าดังอยู่แล้ว
พี่โอ๋ : พอเพลงใหม่ก็ เอ้ย…เปลี่ยนอยากฟังแกรนด์เอ๊กซ์มากกว่า ก็หาๆๆๆ เปลี่ยนคลื่นงี้ เนอะ

เป็นคนละแนวด้วยป่ะคะ
พี่โอ๋ : ใช่ๆๆๆ

ทางโน้นจะออกแนวเร่งเร้าหน่อย
พี่อ๊อด : อ่า….ของเรามันจะหวานๆ เย็นๆ

เพลงแรกที่ดังมากๆ คือ หากรัก ใช่มั๊ยคะ
พี่อ๊อด : ชุดแรก ใช่

แล้วหลังจากนั้น พอเริ่ม Repeat ปุ๊บ?
พี่โอ๋ : ก็พอดีจังหวะได้คิวของโลกดนตรีพอดี ก็ช่วงปลายปี ช่วงปีใหม่เนอะ พอได้ขึ้นเวทีโลกดนตรีด้วยก็…
คนรู้จักมากขึ้น
พี่อ๊อด : ช่ายๆๆๆ

เมื่อก่อนโลกดนตรีคนรู้จักมากด้วยเนอะ
พี่โอ๋ : ใช่ๆๆๆ ก็ช่วงตั้งแต่นั้นมา เทปก็แบบ โห…แบบว่า…

งงมั๊ยคะ……ตกใจมั๊ย…
พี่โอ๋ : ก็…ตอนแรกก็ยังไม่รู้อะไรเท่าไหร่นะ
พี่อ๊อด : ตอนนั้นเราก็ยังไม่รู้ว่าดังเป็นไงนะ
พี่โอ๋ : เออ….ดังเป็นไง

พี่อ๊อด : ขนาดไปเล่นโลกดนตรี สอหอ สอเหอ เค้าก็ไม่รู้จักเรานะฮะ พอเล่นเสร็จปุ๊บ เราก็ไม่รู้ว่าเราดัง (หัวเราะ) เออ…เราก็ไม่รู้ว่าเราดังแล้วนะ ดังเป็นไงเราก็ไม่รู้ (หัวเราะ) พอเล่นเสร็จเราก็ลงเวที เอ้อ…เก็บของ…เดินจะไปขึ้นรถ คนเค้าก็…คือคนที่แบบ…เค้ายังไม่ค่อยคุ้นน่ะนะ เค้าจะแบบเขินๆ อายๆ แฟนๆ เพลงเนี่ย พอมีคนนึงเริ่มเข้ามาคุยกะเราบ้าง อะไรบ้าง ตอนนี้เค้าก็เริ่มกรูกันเข้ามา…ตอนนี้โอ้โห…ตอนนี้เริ่มมีการยื้อยุดฉุดกระชากล่ะ

ตกใจเลยสิคะ (หัวเราะ)
พี่อ๊อด : เออ…แล้วงานนั้น งานนั้น ผมล้มนะ …ผมล้มเลยนะ คือเค้าดึงน่ะ เราก็ล้ม

จาก Concert ครั้งแรกเหรอคะ
พี่อ๊อด : อ่า…เราล้มลงไป แล้วแต่ละคนก็ล้มทับกันหมดเลย ตึกๆๆๆ ลงไป งานนั้นคาดว่า ตายจริงๆ

พี่อยู่ล่างสุดเหรอคะ (เสียงพี่โอ๋หัวเราะดังแทรกเข้ามา)
พี่อ๊อด : พี่อยู่ล่างสุด อุ้ยยยยย
พี่โอ๋ : พี่นับ 1, 2, 3 ดึง แต่พี่อ๊อดเงียบ (เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้นด้วยความขำ) พี่จับมือพี่อ๊อดยกขึ้นตั้ง แต่มือพี่อ๊อดหล่น
พี่อ๊อด : อุ้ยยย ดาวขึ้นเลยนะ…เพิ่งเห็นว่า อ๋อ…ไอ้ดาวขึ้นน่ะมันเป็นงี้เอง (ทุกคนหัวเราะ) เอ้อ … เราหายใจไม่ออกแล้วนะ พี่นึก นึกถึงแม่แล้วนะ ในใจ คือ แม่ช่วยด้วย

แล้วไม่มีใครมาช่วยเหรอพี่
พี่โอ๋ : พี่อยู่ต้นมะพร้าว พี่อยู่ต้นมะพร้าว ลงไม่ได้เหมือนกัน ไม่รู้ไต่ไปได้งัย (ทุกคนหัวเราะกันเสียงดังลั่น)
พี่อ๊อด : มีคนมากระชากฮะ เด็กที่ช่วยยกเครื่อง ยกอะไรในวงน่ะ ดีว่าเค้ามากระชากได้ทันเวลานะ คือ เราไม่ไหวแล้ว เพราะมันหายใจไม่ออกแล้วงัย ดึงปึกมา โห…จากนั้นล่ะ อ๋อ … เราดังแล้วเหรอเนี๊ยะ (ทุกคนหัวเราะกัน) อ๋อ…ความดังมันเป็นงี้นี้เอง เออ…..(หัวเราะ)
พี่โอ๋ : ความดังต้องมีคนมาทับเยอะๆๆ
พี่อ๊อด : นี่ๆๆๆ (หัวเราะกัน)

หนึ่งในนั้นคือมอลลี่ (ไม่ใช่ๆๆๆ) แล้วงัยต่อคะพี่
พี่อ๊อด : ก็นี่ๆๆ ล่ะฮะ ความดังมันก็….
พี่โอ๋ : เริ่มจากนั้น

ก็เริ่มยิ้มแล้วใช่มั๊ยคะ
พี่โอ๋ : ก็เริ่มยิ้ม แบบมีกำลังใจแล้วว่า…เพราะว่าช่วงนั้นทางเฮียจั๊ว แกก็แย่เหมือนกัน เรื่องธุรกิจอะไรของแกด้วย
พี่อ๊อด : ใช่ๆๆๆ จะหนี ไม่หนี (หัวเราะ) หนีไม่หนี

อ๋อ ชุดนี้เลยใช่มั๊ยคะ
พี่อ๊อด : ใช่ๆๆๆ

ก่อนหน้าเค้ามีวงอะไรมั๊ยคะ
พี่อ๊อด : มีอินทนิล บรั่นดี ฟรุ๊ตตี้
พี่โอ๋ : มีซิกเซ้นต์
พี่อ๊อด : ซิกเซ้นต์ก็เข้ามาไล่ๆๆ กัน

อันนี้ขายได้มากขึ้น 20 ปีมาแล้ว ตอนนั้นเยอะนะคะ
พี่โอ๋ : ก็หลายแสนนะ
พี่อ๊อด : อันนี้ต้องไปสะกิดถามเฮียจั๊วนะ (หัวเราะ)
พี่โอ๋ : ถ้าเผื่อคีรีบูนไม่ดังนี่ ก็คือหนีเลย เก็บกระเป๋าแล้ว

แล้วพอหลังจากนั้น พี่ๆ ก็ออก Concert กัน เยอะ แล้วตอนนั้นเรียนหนังสืออยู่รึเปล่าคะพี่
พี่อ๊อด : เรียนฮะ เรียน

แล้วแบ่งเวลางัยคะ
พี่อ๊อด : โอ้….โห…ก็สะบักสะบอม…ก็หนักนะฮะ หนัก
พี่โอ๋ : เมื่อก่อนคิวเยอะมากเนอะ เรียกได้ว่า 30 วัน เล่นประมาณ 40 งาน

                        

โอ้…โห…
พี่โอ๋ : อ่ะ จริงๆ คีรีบูนนี่เยอะมาก
พี่อ๊อด : อย่างสมัยก่อนเนี้ย บางทีจะสอบนี้ พี่ยังต้องทานนี่นะ …คือเราไปเล่นดนตรี มันก็จะ มีเจ้าของเครื่องเสียงใช่มะ…พวกนี้เค้าจะต้องนอนดึกอยู่แล้วนี่ ไปตั้งเครื่องเสียงให้พวกเราก่อน พอเล่นเสร็จปุ๊บ เรากลับ เค้าก็ยังต้องเก็บเครื่อง เพราะฉะนั้นพวกนี้เค้าจะอดนอนกันมาก "พี่ๆๆ พี่มียาขยันมั้ย" (เสียงหัวเราะของผู้สัมภาษณ์ดังแทรกเข้ามา) เมื่อก่อนเค้าเรียกยาม้า แต่มันไม่เป็นยาเสพติดนะ ต้องอาศัยพวกนั้นช่วยนะ เวลากลับจากเล่นดนตรีอ่านหนังสือนะ เล่นดนตรีกลับมาตี 2 ปุ๊บ หักติ๊ดนึง อะไรงี้…อ่านหนังสือถึงเช้า…

แล้วหลังจากชุดแรก แล้วนานมั๊ยคะ ถึงออกชุด 2
พี่อ๊อด : ก็ไม่นานนะ ประมาณ 8-10 เดือน

แล้วเพลงทำอยู่แล้วหรืองัยคะ
พี่โอ๋ : อ๋อ…ไม่ๆ ฮะ คือทางเฮียจั๊ว RS เค้าเห็นว่ามันขายได้ก็เลยตามน้ำ รีบทำ
พี่อ๊อด : เพลงบางเพลงพี่ก็แต่งเอาไว้แล้ว
พี่โอ๋ : แล้วเฮียจั๊วก็ซื้อเพลงเก่าบ้าง อย่างของครูเอื้อ, ครูชัด พวกนี้ แล้วก็มาคัดกัน ก็เลยทำให้ชุดนี้ดังที่สุด

อ๋อ…ชุดนี้ดังกว่า หากรัก เหรอคะ
พี่โอ๋ : ครับ ดังที่สุดคือชุดนี้ ก็จะมี "รอวันฉันรักเธอ", "ปลูกรัก", "อดีตรักยามเย็น" อะไรงี้

ยิ่งดังใหญ่ แล้วพี่อ๊อดโดนทับมากขึ้นเปล่าคะ(แซว)
พี่อ๊อด : อ๋อ ! ไม่โดนแล้วฮะ วิ่งหนี (หัวเราะ)
พี่โอ๋ : คราวนี้มี ทส. แล้วฮะ มีบอร์ดี้การ์ดแล้วฮะ ก็เริ่มเป็นระบบมากขึ้นแล้วฮะ เมื่อก่อนไม่รู้เรื่องรู้ราว ตอนชุดแรก ตอนดังๆ ยังนั่งรถทัวร์ไปกันเลยนะ ไม่มีรถตู้นะ เวลาไปเล่นต่างจังหวัดเนี่ย ไม่มีรถตู้มารับ โอ้ย….
พี่อ๊อด : เราจำไม่ได้ว่านั่ง รถแอร์รึรถ บขส. เนี๊ยะ
พี่โอ๋ : แม้แต่กีต้าร์ ยังไปเช่าเค้าเลย พี่ยังไม่มีกันเอง เพิ่งมาซื้อเอาตอนชุดนี้แหละ
พี่อ๊อด : หากรัก นี่แหละ

แล้วตอนนั้นชีวิตเปลี่ยนไปมั๊ยคะ
พี่โอ๋ : คนอื่นจะมองว่าเราเปลี่ยนไปนะ
พี่อ๊อด : เราก็ธรรมดา
พี่โอ๋ : เราก็ไม่ได้มาจากครอบครัวไฮโซอะไรเงี๊ยะ ธรรมดาปกติ
พี่อ๊อด : เราเกือบจะเป็นไฮโซ (หัวเราะ)
พี่โอ๋ : โลโซ เกือบไม่ได้เกิดแล้ว ถ้าเจอไฮโซอย่างเรา (หัวเราะ)

แล้วเพลงที่ไม่ใช่เพลงเก่านี่แต่งเองทั้งหมดใช่มั๊ยคะ
พี่อ๊อด : แต่งเองฮะ…แต่งกันเองเกือบทั้งนั้นฮะ

                 

 

คีรีบูนออกกี่ชุดคะพี่
พี่อ๊อด : คีรีบูนออก 5 ชุด ชุดสุดท้ายคือ ตลอดกาล

แล้วชุด In USA ล่ะคะ
พี่อ๊อด : อยู่ในช่วงนี้ฮะ ช่วงตลอดกาล
พี่โอ๋ : คั่นรายการฮะ รู้สึกอยู่ในช่วงหลังออกชุดนี้มั้ง ก่อนชุดที่ 5

แล้วชุดสุดท้ายนี้ ประมาณปี พ.ศ. ไหนคะ
พี่โอ๋ : 29 คือชุด In USA
พี่อ๊อด : ชุดสุดท้ายของคีรีบูน คือ ปี 30

อัดคนเดียวเปล่าคะ
พี่อ๊อด : อัดคนเดียว

ทำไมทิ้งพี่โอ๋ล่ะคะ
พี่อ๊อด : คือ บริษัทฯ เค้าประหยัดงบ เค้าไปอัดเสียงที่เมืองนอก ที่อเมริกา ก็เลยเอาพี่อ๊อดไปคนเดียว
พี่โอ๋ : แต่ว่ามันก็มีช่วงนี้ จะมีรวมดาว เข้ามาแทรก

ยังมีวีดีโออยู่เลยนะพี่
พี่อ๊อด : เหรอๆๆๆ ของพี่ราขึ้นหมดแล้ว ไม่ได้เปิดดูซะที
พี่โอ๋ : ภาพมันหลอนป่ะฮะ อย่านะ อย่าออกมาจากจอนะ (หัวเราะ)

แล้วพี่คิดว่าแนวเพลงของพี่เป็นแนวอะไรคะ
พี่อ๊อด : แนวเพลงของพี่เหรอฮะ มันก็เป็นแนว โฟล์ค ฟังสบายๆ

มีต้นแบบจากศิลปินเมืองนอก อะไรที่เป็นศิลปินในดวงใจหรือเปล่าคะ
พี่อ๊อด : ถ้าเมืองนอกนะ อย่างส่วนตัวพี่ก็เป็นพวก โลโบ้ แต่ถ้าของคนไทยที่พี่ยึดเป็นแบบคือ วงชาตรี ก็จะสไตล์นี้แหละ โฟล์คซอง โลโบ้ ชาตรีก็ชอบเหมือนกัน แล้วเราก็ชอบ

เห็นว่ากำลังจะมี Review กันอยู่รึเปล่าคะ
พี่โอ๋ : ก็กำลังคุยกันอยู่ อาจจะเป็นเพราะยุคนี้มีการ review กันบ่อย ก็กำลังคุยกันกับเพื่อนๆ กันอยู่ ทุกคนก็ยังยุ่งกันอยู่

แล้วตอนนี้ทุกคนในวง กำลังทำอะไรกันอยู่คะพี่
พี่อ๊อด : พี่กับพี่โอ๋ ทำเกี่ยวกับงานการศึกษา พี่เองในอดีตเคยมีประสบการณ์ทำสื่อการสอนให้กับเด็กๆ พวกคณิตศาสตร์ แล้วปรากฏว่าเราทำในลักษณะ รูปแบบ ที่ใช้ดนตรีมาบูรณาการ ปรากฏว่าเด็กที่เรียนนะ เคยสอบตกกันครึ่งค่อนห้องกลับกลายเป็นไม่ตกเลย เค้าสนใจในวิชาคณิตศาสตร์มาก จากนั้นเราก็เลยมามองว่า เอ๊ะ! ดนตรีนี่จริงๆ แล้วมันสร้างมนุษย์ ช่วยขัดเกลา กล่อมเกลาจิตใจของคนนะ เราน่าจะใช้ตรงนี้ให้มันเกิดประโยชน์ต่อสังคม ระบบการเรียนการสอนดนตรีในสมัยเดิมๆ น่ะ มันเป็นเรื่องของคนมีอันจะกินเท่านั้น คือ มีเงินถึงจะเรียนได้ แต่คนจนก็ไม่มีโอกาส เราก็เลยคิดว่าเราจะสร้างแนวทางการสอน "ดนตรีเพื่อพัฒนาอัจฉริยภาพ" ในตัวตั้งแต่เด็กอนุบาลขึ้นมา พี่ก็เลยทำหลักสูตรนี้ขึ้นมา แล้วก็เข้าไปสอนในโรงเรียนต่างๆ

เค้าเรียกหลักสูตรอะไรคะพี่
พี่อ๊อด : หลักสูตรของพี่ก็เป็นหลักสูตรดนตรีนี่ล่ะ แต่เป็นดนตรีที่มุ่งเน้นเพื่อพัฒนาในด้านอัจฉริยภาพในตัวเด็ก หรือคุณลักษณะที่ดีอันพึงประสงค์ต่างๆ เช่น เด็กไทยรู้จักการทำงานร่วมกันน้อยมาก One Man Show นี่เก่ง ทำคนเดียวได้ ทำงานกลุ่มไม่เป็น รู้จักวินัยในตัวเอง พี่เอาตรงนี้มาเป็นตัวสร้าง ลักษณะนิสัยเด็กทั้งหมด ความเชื่อมั่นในตัวเอง การกล้าแสดงออก ภาวะการเป็นผู้นำต่างๆ โดยใช้ดนตรีนี่แหละ เด็กจะเก่งดนตรีด้วย และจะมีทักษะการใช้เหล่านี้ในชีวิตด้วย และท้ายที่สุดคือ เค้าไม่ได้เก่งดนตรีเฉยๆ วันหนึ่งเค้าอาจจะไม่ได้เอาดนตรีมาประกอบอาชีพ เค้าอาจจะไปเรียนหมอ แพทย์ วิศวกร อะไรก็แล้วแต่ เค้าก็จะเป็นบุคลากรตรงนั้นได้ดีที่สุด เพราะหลักสูตรของพี่จะเติมพวกเชาว์ไวไหวพริบปฎิภาณให้กับเด็กตลอด แต่โดยใช้ดนตรี

ยังไม่มีใครทำเลยนะพี่
พี่อ๊อด : อ่าาา ยังไม่มีใครทำ

แล้วพี่สอนที่ไหนบ้างคะพี่
พี่อ๊อด : พี่สอนในโรงเรียนต่างๆ ฮะ พี่ก็จะดิวกับโรงเรียน โรงเรียนเอกชนนะ โดยเฉพาะเอกชน เพราะว่ารัฐบาล คือ เราบอกตรงๆ ว่าเราก็ไม่ใช่องค์กรการกุศล เพราะว่าเรามีทีมงานเยอะแยะหลายชีวิต ก็คือ เราเข้าไปดิวกับโรงเรียนเอกชน ทำให้ผู้ปกครองในโรงเรียนเอกชนเห็นว่า ถ้าลูกหลานเรียนกะเรานี่ หนึ่งล่ะ ค่าใช้จ่ายถูกกว่าข้างนอก 2-3 เท่า แล้วก็ประสิทธิภาพประสิทธิผลที่พึงจะได้จากเรานี่ มันสูงอย่างนี้นะ ฉะนั้น โอเคมั้ย ถ้าโอเค เราก็จัดการเรียนการสอน เกิดขึ้นในโรงเรียนเหล่านั้น โดยผู้ปกครองเค้าก็ยินดี

หลักสูตรของพี่ คอร์สนึ่งกี่เดือนคะ
พี่อ๊อด : หลักสูตรของพี่จะบรรจุในเวลาเรียนเลย

แล้วตอนนี้ทำกี่โรงเรียนคะพี่
พี่อ๊อด : ตอนนี้ทำอยู่ประมาณ 4

ตอนนี้พี่ก็ต้องสอนทุกวันเลยสิคะ
พี่อ๊อด : ก็เกือบทุกวัน
พี่โอ๋ : จันทร์-พฤหัสฯ แล้วก็มีวันเสาร์ด้วย

แล้วพี่ไปสอนด้วยตัวเองป่ะคะ
พี่อ๊อด : : ไปสอนด้วยตัวเองฮะ เราสอนน้อย เพราะตอนนี้เราต้องการเข้าไปทำ และเอาปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาปรับปรุงให้ดีที่สุด เราทำ 2 หน้าที่ คือ R&D คือ Research ด้วย แล้วก็ Develop ด้วย Research คือ เราทำเนื้อหาตรงนี้เข้าไป เด็กโอเคมั้ย มีอะไรแก้ไขมั้ย มีอะไรแก้ไขก็นำมาปรับปรุง

พี่ทำตรงนี้มานานยังคะ
พี่อ๊อด : พี่ทำมาตรงนี้ก็ 4 ปีแล้ว

พี่โอ๋ช่วยตั้งแต่แรกป่ะคะพี่
พี่อ๊อด : พี่โอ๋ มาช่วยได้ปีกว่าแล้ว ตอนแรกเค้าก็ยังงงอยู่ ว่า เอ๊ะ คืออะไร

พี่ช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยคะ คือ นึกภาพไม่ออก
พี่อ๊อด : คือเมื่อก่อนเราเห็นภาพว่าการเรียนดนตรี คือเรามีลูกมีหลาน ส่งไปเรียนดนตรี ในโรงเรียนดนตรี พอชั่วโมงแรกเปิดโน้ต ให้เด็กเล่นตาม ทั้งที่ดนตรีมันยังไม่ได้เกิดในจิตใจเค้าน่ะ แต่ธรรมดาแล้วดนตรีมันอยู่ในหัวใจเด็กทุกคนนะ สังเกตสิจากเปิดเพลงเด็กจะเต้น แต่สังเกตมั้ย เด็กหลายๆ คนนี่ เปรียบเทียบกับเด็กที่ชอบเพลงกับเด็กที่ชอบการเล่นน้ำ ลองปล่อยให้เด็กเล่นน้ำสิ พอปล่อยลงน้ำ อุ้ยยย ตีน้ำกระจัดกระจายนิ้วเปื่อยก็ไม่อยากขึ้น แต่เราลองให้ครูหรือตัวเราเดินเข้าไปหาเค้า แล้ว Set ท่าว่ายน้ำให้เค้าสิ ปัญหามันจะเกิดขึ้นทันที ถูกมั้ยฮะ ทำมืองี้สิ ทำแขนงี้สิ ไม่เอาเลยนะ เค้าจะเกลียดแล้วเค้าจะไม่ชอบ แต่ถ้าปล่อยให้เค้าอิสระ โอเค ได้ นั่นคือว่า ขอให้เค้าเกิดภาวะความชอบด้วยตัวเค้าเอง ดนตรีเหมือนกัน เหมือนกันการว่ายน้ำ คือ เด็กชอบดนตรี แต่พอไป Set ท่าให้เค้าก็คือเหมือนเอาโน้ตไปกางให้เค้า เค้าเบื่อเลยนะ เค้าเกลียดเลยนะ เหมือนถูกบังคับ

ฉะนั้น ตรงนี้พี่ทำหน้าที่คือ พี่ทำให้ดนตรีของพี่นี่เกิดจากใจเค้าเอง แล้วเค้าเรียกร้องที่จะทำด้วยตัวเค้าเอง พอเค้าเรียกร้อง เราก็จะมีขบวนการล่อหลอก ให้เค้าเกิดการกล้าแสดงออกด้วยกิจการบางกิจกรรม เกมส์บางเกมส์ เพลงบางเพลง หลายๆ อย่างที่จะสร้างลักษณะนิสัยเหล่านั้นออกมา เพราะว่าถ้าเราสร้างนิสัยเหล่านั้นได้ตั้งแต่วัยอนุบาลมันจะติดตัว ฮะ เช่น ภาวะการเป็นผู้นำ เด็กบางคนเก็บตัว เก็บแขนเก็บขา ไม่กล้าลุกออกนี้ ถ้าปล่อยงั้นไปนานๆ มันจะเป็นนิสัย พอตอนโตมันแก้ยาก ถึงแม้ว่าเค้าจะอ่านหนังสือจิตวิทยา อะไรก็ตามแต่ แต่เค้าจะต้องใช้พลังงานเยอะในการทำความเข้าใจกับประเด็นจิตวิทยาข้อนั้น เฮ้ย เราต้องฮึด เราต้องกล้า มันต้องใช้พลังงานเยอะไง ทำไมเราไม่สร้างตั้งแต่เล็กล่ะ ให้เค้าเป็นธรรมชาติตั้งแต่เล็กเลย ดนตรีก็เก่งด้วย เพราะเราสร้างให้เค้าชอบด้วยตัวเค้าเองก่อน แล้วเค้าจะเดินเข้าหามันด้วยตัวเอง อย่างเด็กอนุบาลของพี่นี่นะ เด็กอนุบาล นั่งเล่นคีย์บอร์ดครึ่งชั่วโมงแบบสบายๆ โดยไม่รู้สึกทรมาน

ตอนนี้มีโรงเรียนอะไรบ้างคะพี่
พี่อ๊อด : ตอนนี้ มีเยาวพฤกษ์ อยู่สาธุประดิษฐ์ ตรอกจันทร์, มีบางจาก 93 บางนา,โรงเรียนเทพสนิท เอกมัย, พลพร ที่บางบัวทอง

เป็นอนุบาลหมดเลยเหรอคะ
พี่โอ๋ : บางที่ก็เป็นประถมด้วย
พี่อ๊อด : คือหลักสูตรของพี่ ปัจจุบันที่มันสมบูรณ์ก็คือหลักสูตรของอนุบาล ส่วนนึงความรู้สึกลึกๆ หลายคนงงนะ ว่าเฮ้ย พี่ทำงานบันเทิงนะ วันนึงมาสอนเด็กอนุบาลนี่นะ เป็นครูยังไม่ว่านะ แต่สอนเด็กอนุบาลนี่สิ ละเอียดอ่อนนะ คนในวงการบันเทิงหลายคนนี่นะ ปัจจุบันก็ไปทำการสอนร้องเพลงอะไรต่างๆ เป็นโรงเรียน แต่เค้าทำ คือ เค้าทำกับเด็กมัธยม ประถมซึ่งเป็นเด็กที่โตแล้ว มันง่ายกว่าเยอะ แต่ของพี่นี่ มันลงไปถึงเด็กอนุบาล ซึ่งพูดมากก็ไม่ได้ พูดมากเด็กก็เบลอ พูดน้อยก็ไม่ได้ ฉะนั้น เทคนิควิธีมันต้องเยอะมาก หลากหลายมาก แต่มันท้าทาย คือ มันท้าทายตรงที่เราได้สร้างเด็ก คือพี่มองปรัชญาว่า การที่จะแก้อะไรก็ตามนี่ ไม้อ่อนดัดง่าย ฉะนั้น เราต้องลงไปดัดที่ไม้อ่อน อย่าดัดที่ไม้แก่

พี่จบครูจากจุฬาป่ะคะ
พี่อ๊อด : ไม่ฮะ พี่จบเศรษฐศาสตร์ แต่ในขณะที่เรียนน่ะ พี่ลงจิตวิทยาเยอะ ในฝั่งครุฯ ไปขอลงจิตวิทยาเพิ่มเติมคือชอบทางด้านนี้ แล้วส่วนนึงเราก็มีความรู้สึกว่า ตั้งแต่ คีรีบูน ที่เราได้งานตรงนี้นะ เราได้จากแฟนเพลงเยอะนะ มันเป็นความรู้สึกที่ประเมินค่าไม่ได้ แล้วเราก็มีความรู้สึกว่า วันเวลาผ่านไป เรายังไม่ได้ตอบแทนอะไรในสิ่งที่แฟนเพลงหยิบยื่นให้เรา สังคมที่เคยให้เราได้ขึ้นมายืนในจุดนึงก็เลยมีความรู้สึกว่า นี่คือสิ่งที่ตระหนักในใจเรา อยากจะทำอะไรเพื่อตอบแทนสังคมในรูปแบบที่เราถนัดนะ ก็เป็นการหันกลับมาทำงานด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เป็นคนที่มีความคิดที่ดี จะได้ไม่ต้องเจออะไรอย่างพี่ ถ้าเค้าเห็นว่าเราเคยทำประโยชน์ให้เค้า จากที่เค้าเคยลำบากแล้วลุกขึ้นมาได้ แต่วันนึงเค้ามองไม่เห็นคุณค่าของเรา สิ่งที่เจอคือเค้ากลับมองเห็นคุณค่าของเราน้อยนิด

ฉะนั้น พี่พยายามจะสร้างเด็กไทยของเรา ให้เป็นคนที่เคารพกติกาของสังคม สร้างให้เค้ามีจิตสำนึกที่ดี จะได้ไม่ไปทำร้ายคนอื่น ก็เลยเอาดนตรีมาเป็นแกนบูรณาการ แล้วเมื่อเรียนดนตรีของพี่แล้ว เค้าจะมีทักษะรอบด้าน ไหวพริบ นอกจากว่าเรียนเลขแล้ว เรียนเลขจะดีมั้ย ดีด้วย จากดนตรีนี่แหละ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยล่ะ จะเสริมให้เด็กเรียนได้ดีด้วย เพราะว่าพี่ใช้เทคนิควิธีเยอะแยะ ให้เด็กจับประเด็น พี่ลงสอนเองด้วย แล้ววันนึงเราก็จะสร้างทีม คือตอนนี้เรามีหลักสูตรแล้ว วันนึงจะมีหลักสูตรของเรา

ยังไม่มีหลักสูตรเนอะ
พี่โอ๋ : เค้าก็มีอนุบาล แต่ยังไม่มีดนตรี เด็กก็ไม่เอา พอมาเจอครูอ๊อดครูโอ๋ นี่ไม่อยากหยุดเลย
พี่อ๊อด : บางทีตัวร้อนก็ไม่ยอมหยุด

แล้วพี่ก็ชอบเด็กอยู่แล้ว?
พี่อ๊อด : ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าชอบ จริงๆ นะ หลายๆ คนไม่รู้หรอกว่าชอบเด็ก แต่พอลงไปสัมผัส เอ้ย ชอบ
พี่โอ๋ : อยู่ๆ ก็สนุกดี เหมือนเล่นกับเด็ก เพราะเราต้องไปนำเค้าเล่นเกมส์ เด็กๆ บางทีเค้าก็น่ารักนะ เป๋อๆๆ มั้ง ไม่ค่อยรู้เรื่องมั่ง วิ่งชนกันมั่ง
พี่อ๊อด : แล้วเด็กบางคนนี่เวลาเค้าแกล้งกันนี่ ในขณะที่ คือ เค้าจะผสมกันในใบหน้า จะร้องไห้ รึจะหัวเราะ (ทำหน้าเบ๊ะๆประกอบเรียกเสียงฮาจากทุกคน) ...แล้วตอนนี้ก็จะมีคนที่จะมาขอซื้อ แฟรนชายแล้ว

พี่เปิดเป็นบริษัทเลยหรือเปล่าคะ
พี่อ๊อด : ครับเปิดบริษัท

แล้วตอนนี้คนอื่นทำอะไรบ้างคะ
พี่โอ๋ : ก็มีพี่ไพศาล ก็อยู่ที่แกรมมี่ เป็น Partner หมายถึง พี่เลี้ยงศิลปิน แล้วก็มีพี่หนุ่ม ทำงานโฆษณา ที่ภูเก็ต พี่ต๋องก็ไปอยู่ต่างประเทศ ทำร้านอาหารกับครอบครัว พี่ตุ้ม ทำรายการโทรทัศน์สารคดีให้ทางรัฐสภา รายการไทยแลนด์ทูเดย

แล้วได้เจอกันมั่งมั๊ยคะพี่
พี่อ๊อด : เจอฮะเจอ ก็ไพศาลก็เจอกันล่าสุด แต่โหน่งนี่ไม่ได้เจอนานและ ตุ้มก็เจอ
พี่โอ๋ : ตุ้มเค้าเพิ่งมาถ่ายพวกพี่ที่โรงเรียนเมื่อประมาณปีใหม่

แล้วตอนนี้ออกไปข้างนอกมีคนจำพี่ได้มั๊ยคะ
พี่อ๊อด : ก็เป็นแฟนเพลงที่ในที่ในยุคเรากำลังดัง โอเค
พี่โอ๋ : ต้องเป็นแบบที่เจอกันจังๆๆ ถ้าเราเดินถนนเค้าก็ไม่ได้สังเกต แต่ถ้าเป็นร้านอาหาร เอ้ย คนนี้ใช่ป่ะ

พี่สองคนไม่เปลี่ยนเลย
พี่อ๊อด : คือถ้าเราอยากให้เค้าจำได้ เราก็เอ้ย…(ทำท่าจ๊ะเอ๋) หัวเราะ

แล้วคาดว่าจะมีรวมตัวจัด Concert เป็นที่ระลึกมั๊ยคะ
พี่โอ๋ : ก็คาดว่าจะมีนะ ตอนนี้รอพี่หนุ่มอยู่ เพราะพี่หนุ่มตอนนี้ยุ่งมากเพราะยังเป็นบริษัทเล็ก ทุกอย่างก็รอพี่หนุ่ม ในการตัดสินใจแต่เห็นว่าเดือนนี้จะขึ้นมาประมาณปลายเดือน

คิดว่าจะมีเมื่อไหร่คะ เดือนไหน
พี่โอ๋ : คาดว่าคงจะเป็นปีนี้แหล่ะครับ ภายในปีนี้ เพราะว่าปีนี้มันเป็นปีที่ 20 ด้วย ของวงคีรีบูนที่ออกเทปตั้งแต่ชุดแรก

แล้วคิดว่าจะทำเทปอีกมั๊ย
พี่โอ๋ : ก็ตอนนี้อยู่ที่ว่าต้องนั่งคุยกัน ว่าออกคอนเสิร์ต แล้วมีอะไรต่ออีกมั้ย คือ คอนเสิร์ตนี่แกรมมี่จะจัดให้ คราวนี้เราก็ต้องมานั่งประชุมกับผู้ใหญ่ว่า ตรงนี้แล้วนี่ทุกคนพอจะมีเวลาทำอะไรต่อมั้ย หรือว่าทำเฉพาะตรงนี้แล้วแยกย้ายกันไป แต่ทางผู้ใหญ่เค้าก็มีความประสงค์ว่าอยากให้ทำนะ คีรีบูนนะ เพราะก็สนิทกับพี่ๆ ตั้งแต่ชุดแรก เพราะว่าเมื่อก่อนพี่เล็กบุษบา ดาวเรือง เค้าก็จะมาเป็น Creative ให้คีรีบูนชุดแรกเลย ที่ทำโปรโมต ให้ RS ซึ่งตอนนั้นเค้ายังไม่เป็นแกรมมี่ฮะ เป็น Premier Marketing ก็เลยสนิทกันมาตั้งแต่ตอนนั้น
พี่อ๊อด : กำลังคุยกันฮะ กำลังหาทีม Organize

ใจอยากทำอีกมั๊ยคะ
พี่อ๊อด : ก็ทำเฉพาะกิจตรงนี้ ส่วนจะมีอะไรต่อไปมั๊ย ก็ต้องดูสถานการณ์ พอออกมาสักพัก เราจะสำรวจดุสิตโพลส์ ว่าเราไปหลอนอะไรเค้ามั๊ย (หัวเราะฮา)

พี่สองคนเคยเล่นหนังมั๊ยคะ
พี่อ๊อด : พี่เล่นเรื่องเดียว เรื่องความรักของคุณฉุย เป็น
หนังใหญ่ เล่นคู่กับนก รัชนก พูลผลิน (พี่โอ๋แซว เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ได้ 100 ล้านนะ)

พี่คิดยังงัยกับแนวเพลงปัจจุบันคะพี่
พี่โอ๋ : ก็คิดว่าคงจะเป็นไปตามยุคตามสมัยนะฮะ เพราะว่าโลกเปลี่ยนไป การพัฒนาก็เปลี่ยนไป คนเราก็คิดงาน ก็เป็นสิ่งดีในการพัฒนา แยกกลุ่มที่ชัดเจนขึ้น เพลงร็อค เพลงแร็พ อะไรงี้ อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะเสพอะไร ยังไง

แล้วคิดอย่างไรกับเรื่องหน้าตาของศิลปิน
พี่โอ๋ : เรื่องหน้าตาของศิลปินเหรอฮะ ก็คงจะเป็นเรื่องของยุคสมัยด้วยนะฮะ ยุคนึงก็อาจจะเน้นหน้าตาไม่เอา แต่เอางานเสียงร้อง แต่ยุคนี้ต้องบวกหน้าตาด้วย นะ เน้นหน้าตามาก่อนงานไม่เท่าไหร่ก็ได้งาน
พี่อ๊อด : อย่างเน้นหน้าตามาก่อนนี้ มันเริ่มมาจากยุคเราเลยนะ (555555555)
พี่โอ๋ : จริงๆ คีรีบูนนี่มาหล่อเลยนะ (พี่อ๊อดกะพี่โอ๋หัวเราะพร้อมกันด้วยความพอใจ) แล้วก็เลยเป็นต้นแบบที่ตามมา แต่ไม่อยากพูดด้วยฮะ เดี๋ยววงการเค้าจะตำหนิว่าแบบ แหม พวกนี้มันขายความหล่อ แต่จริงๆ มันก็ร้องดี เพลงก็ดีด้วยอะไรงี้เนอะ เค้าก็เลยตามๆ กันมาว่า ต้องหล่อเหมือนคีรีบูนนะ (พวกเราหัวเราะ)

แล้วพี่อ๊อดล่ะคะ คิดยังไงคะ
พี่อ๊อด : สำหรับพี่อ๊อด เรื่องแนวเพลงนะฮะ พี่ก็คิดเหมือนพี่โอ๋นะฮะ มันตามยุคตามสมัยนะ คือเค้าก็ต้องเปลี่ยนไปนะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือภาษาเพลง ในปัจจุบันมันเป็นอะไรที่ส่อไปในทางที่…ไม่รู้สิ คือเข้าใจว่าคุณจะพูดเอามันน่ะ แต่จริงแล้วลึกๆ ของคนเขียนก็ให้คนคิดไปในมุมนั้นด้วย ลึกๆ เหมือนให้คิดไปในมุมนั้น ฉะนั้น ตรงนี้พี่ก็ว่ามันค่อนข้าง คือ เพลง มันเป็นวัฒนธรรมนะ พอมันถูกแซ่ซ้องออกไปในสังคม แล้วไอ้วัฒนธรรมอันนี้มันก็ค่อยกล่อมเกลาเยาวชนให้เป็นคนมีความกร้าวร้าว หรือหยาบกระด้าง ตรงนี้อยากจะฝากไว้มากกว่า ส่วนเรื่องของสไตล์เพลง เทคโนโลยีต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัยอยู่แล้ว

แล้วช่วงนี้พี่ฟังเพลงของใครคะ
พี่โอ๋ : ก็ทั่วๆ ไปฮะ
พี่อ๊อด : ฟังได้หมดฮะ

แล้วได้หยิบเพลงของคีรีบูนมาฟังหรือเปล่าคะ
พี่โอ๋ : ก็มีฮะ ก็มี บางทีนึกๆ เหงาๆ ก็นั่งเปิดฟัง เพลงรวมดาวอะไรงี้ที่เราเคยไปร้องไว้
พี่อ๊อด : พอฟังเสร็จยิ่งเหงาใหญ่ (หัวเราะ)
พี่โอ๋ : หน้าเริ่มเบะ(เลียนแบบเด็ก) ไม่รู้อารมณ์ไหน (เรียกเสียงฮาจากพวกเรา)

วันนี้พวกเราขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองคนมากนะคะ ที่มาร่วมรำลึกความหลังให้พวกเราชาวเวบบ้านเพลงเก่า ขอบคุณมากค่า
พี่โอ๋ : ยินดีครับ
พี่อ๊อด : สวัสดีครับ


                               เป็นยังไงบ้างคะ กับบทสัมภาษณ์ที่เรียกเสียงฮาจากพวกเราได้ตลอด ยังไงก็แวะอ่านเบื้องหลังการไปสัมภาษณ์ได้ที่นี่จ้า คลิก และถ้าชาวบ้านเพลงเก่าคิดถึงศิลปินที่เคยชื่นชอบอยากให้พวกเราไปเยี่ยมและสัมภาษณ์ใคร ก็เมล์มาบอกกันได้นะคะ ถ้าไม่เกินความสามารถพวกเรา ก็ยินดีจะไปตามล่าหาฝันมาให้ค่ะ พบกันในสกู๊ปพิเศษครั้งต่อไปนะคะ

      **************************************************************************************    

สัมภาษณ์ พี่อ๊อด+พี่โอ๋ (คีรีบูน) วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2546 ณ หมู่บ้านบุรีรังสรรค์

- สัมภาษณ์โดย มอลลี่ ป๋อคลับ ,รายงานเบื้องหลังโดย พี่ดา ป๋อคลับ , แกะเทปโดย พี่เอี้ยง ป๋อคลับ, พาหนะโดย พี่จุ๋ม ป๋อคลับ

 




สงวนสิทธิ์การเผยแพร่ส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความหรือรูปภาพประกอบของเวบนี้  @All rights reserved. Contact us : webmaster@oldsonghome.com