ทางเข้าบ้านเพลงเก่า



        สวัสดีค่ะ..หลังจากที่ทางเว็บบ้านเพลงเก่าห่างหายจากสกู๊ปพิเศษไปนานแสนนาน  เนื่องจากภารกิจรัดตัวของเหล่าทีมงาน  ระหว่างที่เรา รอ server ตัวใหม่  ทางทีมงานขอถือโอกาสนำเสนอเรื่องราวของวงดนตรี วงหนึ่ง ที่ถูกกล่าวขานว่า เป็น เสือสีชมพู แห่งวงการเพลงค่ะ แน่นอนว่า จะเป็นวงดนตรีวงไหนไม่ได้ นอกจากวง พิงค์แพนเตอร์ 

           ซึ่งสกู๊ปพิเศษ ในครั้งนี้  พี่ต๋อย วิชัย ปุญญะยันต์ หัวหน้าวงพิงค์แพนเตอร์ ได้สละเวลา มาร่วมพูดคุย และให้ข้อมูลกับเรา เกี่ยวกับ เรื่องราวที่น่าสนใจของวง พิงค์แพนเตอร์ตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงคอนเสิร์ต โลกกับความรัก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 นี้ด้วยค่ะ

»กว่าจะมาเป็น...เสือสีชมพู«

ทีมงาน  -  สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นทางทีมงานบ้านเพลงเก่า ขอขอบคุณพี่ต๋อย ด้วยค่ะ ที่สละเวลามาพูดคุยกับพวกเรา
พี่ต๋อย – ยินดีครับ
ทีมงาน - เริ่มแรกก่อนที่จะมาเป็นพิงค์แพนเตอร์  พี่ต๋อยอยู่วงซิลเวอร์แซนด์มาก่อนใช่มั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ใช่ครับ
ทีมงาน  -  ทราบมาว่า วงซิลเวอร์แซนด์นี่  เคยชนะการประกวดมาด้วย
พี่ต๋อย  -  ตอนประกวดนี่  ซิลเวอร์แซนด์ได้ที่ 2  ส่วนดิ อิมพอสซิเบิ้ลน่ะได้ที่ 1  แต่ตัวพี่น่ะได้แชมป์กีต้าร์ประมาณปี 2512  ตอนนั้นอายุประมาณ 16 – 17
ทีมงาน  -  แล้ววงซิลเวอร์แซนด์นี่  ออกเทปด้วยมั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ออกก่อนดิ อิมพอสซิเบิ้ลด้วย  ตอนนั้นยังรุ่นๆ เด็กมาก  ตอนนั้นพี่อายุประมาณ 17  อยู่กับวงซิลเวอร์แซนด์มา 11 ปี  หลังจากนั้น  ก็จะเป็นพิงค์แพนเตอร์มาตลอด



ทีมงาน  -  พี่ต๋อยเข้าวงการมาได้ยังไงคะ
พี่ต๋อย  -  จริงๆ แล้ว  ที่บ้านพี่ก็ชอบดนตรีกันทุกคน  พี่จะเป็นคนชอบร้องเพลงของสุเทพมาก  ชอบร้องเพลงเศร้าๆ เจ้าชู้ๆ  แต่ตัวเองไม่ได้เจ้าชู้นะ  อาจจะมีบ้างเพื่อเกี่ยวกับการทำงาน  แต่เรื่องวอกแวกนี่  พี่ไม่มีนะ
ทีมงาน  -  ที่บ้านพี่มีการผลักดันให้เข้าสู่วงการเพลงหรือเปล่าคะ
พี่ต๋อย  -  ไม่ถึงกับผลักดัน  แต่ไม่หวงห้าม  แล้วแต่ใครจะชอบอะไร  เรื่องดนตรีนี่  พ่อแม่พี่ก็เล่นดนตรีไทย  ทำกีต้าร์ให้พี่เล่นด้วยซ้ำ

»เสือออกลาย«

ทีมงาน  -  เริ่มจากชื่อวง พิงค์แพนเตอร์  มาจากไหนคะ
พี่ต๋อย  -  มาจากตัวการ์ตูน  พิงค์แพนเตอร์  พี่เป็นคนตั้งชื่อเอง  เพราะพี่เกิดปีเสือ
ทีมงาน  -  อยากให้พี่ต๋อยช่วยเล่าเรื่องของวง พิงค์แพนเตอร์ว่าไปไงมาไง  ถึงได้มารวมตัวกันจนออกอัลบั้ม
พี่ต๋อย  -  วงพิงค์แพนเตอร์เริ่มจากการเป็นแบคอัพ  ทำให้สุชาติ  ชาตรี  ก่อน พี่เป็นนักดนตรีรุ่นพี่ของนักร้องเหล่านี้  พอตั้งวงพิงค์แพนเตอร์  ก็ไปเล่นตามไนท์คลับที่มีโชว์จากต่างประเทศ  ตอนนั้นวงพิงค์แพนเตอร์เป็นวงใหญ่  มีเครื่องดนตรีหลายชิ้น  แต่พอถึงยุคดิสโก้เธค ตอนนั้นก็ไม่มีโชว์แล้ว  พิงค์แพนเตอร์เลยยุบวงเหลือเครื่องดนตรีแค่ 5 ชิ้น  ช่วงนั้นก็ได้ประจวบ สินเทศมาช่วยร้องอีกคน 
                  ช่วงก่อนที่วงใหญ่จะแตก  เราก็ทำเพลงให้อีเอ็มไอมาตลอด  ซึ่งมีทั้งเพลงของ จันทนีย์  สุชาติ  กรีนแอปเปิ้ล  ให้วงพิงค์แพนเตอร์อะเร้นจ์ แล้วก็เอา นักดนตรีของ พวกเราไปอัดเสียง  เพราะพวกเราเล่นโน้ตได้ทุกคน  เป็นมือปืนรับจ้างทุกคน  ตอนหลังที่ยุบวงเหลือเครื่องดนตรี 5 ชิ้น  ทางอีเอ็มไอเห็นว่า พี่ต๋อยร้อง เพลงได้  เพราะพี่จะร้องไกด์มาตลอด ให้ทั้งจันทนีย์ สุชาติ  ซึ่งตามจริงแล้ว  พี่ร้องเพลงมานานแล้ว  โดยจะเล่นทั้งดนตรี และร้องเพลง  เลยได้ทำเพลงชุดแรก  ร้องเพลง แรก  “รักฉันนั้นเพื่อเธอ”  เป็นทำนองจีน  ซึ่งตอนหลัง  ญี่ปุ่นก็เอาทำนองไปทำเพลงด้วย  ทางอีเอ็มไอ  ก็เอาทำนองเพลงนี้มาให้คุณ ชรัส เฟื่องอารมณ์ แต่งเนื้อ  ให้พี่ร้องในปี 2525  ชื่อชุด สายชล 

             

                   แต่ก็แปลกที่เพลงที่ดังกลับเป็น เพลงรักฉันนั้นเพื่อเธอ  ตอนนั้นก็สงสัยนะ  ว่าตามแผงเทปที่อนุสาวรีย์ชัยฯ  หน้ารามฯ  ทำไมเค้าต้อง rewind เทปมา หน้าสอง  แล้วเปิดเพลง รักฉันนั้นเพื่อเธอ  แทนที่จะเปิดเพลง สายชล  ซึ่งตอนนั้น จันทนีย์ ร้องสายชลออกมาก่อนแล้ว  แต่ทีนี้ ทางอีเอ็มไอต้องการที่จะอัดเสียงแบบ ฮอทเปปเปอร์  ซึ่งเอาเพลงเก่ามาร้องประสานเสียงกัน  แต่นั่นเป็นเสียงหญิง  พอให้พิงค์แพนเตอร์เอามาร้อง  ก็เป็นเสียงประสานชาย  พี่ก็สงสัยกันนะว่า  ทำไมร้าน เทปไม่เปิดสายชล  ทั้งๆ ที่วิทยุจะเปิดสายชล  เพราะทางค่ายจะจ้างเปิด  พอวางขายได้ซักเดือนสองเดือน  ก็มีการเปลี่ยนปก  ทีนี้ก็ใช้ชื่อชุดว่า  รักฉันนั้นเพื่อเธอ  เรียงลำดับเพลงใหม่  ตอนที่เปลี่ยนปกนั้น  ก็ขายเป็นแสนแล้ว  ยิ่งพอเปลี่ยนปกแล้ว  ยิ่งขายได้โลดเลย
ทีมงาน  -  พอออกอัลบั้มแล้ว  พี่ยังทำแบคอัพอยู่รึเปล่าคะ
พี่ต๋อย  -  ก็ยังทำอยู่  เราไม่ลืมว่าเราทำอะไรอยู่  แต่ก็ค่อนข้างระวังตัวนิดนึง  อย่างเช่น มีคอนเสิร์ตสุชาติ  ก็ไปแบคอัพให้  เป็นคอนดัคเตอร์วงใหญ่ ที่ศูนย์เยาวชนฯ                  เค้าก็เอาเรามาร้องสลับกับสุชาติด้วย  เป็นเกสต์ในงาน  คนก็สงสัยว่า  เอ๊ะ  คอนดัคเตอร์ที่ไหน  ถึงได้มาร้องเพลงด้วย  แต่มันก็ต้องออกมาในรูปนี้แหละ
ทีมงาน  -  ตอนนั้นยังไม่มีพี่โสรยาใช่มั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ยังไม่มี
ทีมงาน  -  พี่ออกอัลบั้มชุดนี้  จากนั้นก็ปก 2  แล้วอีกนานมั้ยคะ ถึงออกชุดที่ 2
พี่ต๋อย  -  ไม่ถึงปี เป็นชุดไกลเกินฝัน  ชุดนี้ก็ไม่รู้ว่า  รอยเท้าบนผืนทราย จะมาเหมือนกัน
ทีมงาน  -  ชุดนี้  พี่โสรยามาแล้วใช่มั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  มาแล้ว  นี่ไง ( ดูปกเทปประกอบ )  เพลง รอยเท้าบนผืนทราย อยู่สุดท้ายเลย  เพราะว่าชุดนี้ เพลง ไกลเกินฝัน  คอยเธอคืนมา  พี่แต่งเองไง  เลยเอาเพลงตัวเองขึ้นก่อน
ทีมงาน  -  แล้วพี่โสรยาเข้ามาร่วมงานได้ไงคะ
พี่ต๋อย  -  เค้าเป็นลูกนายทหาร  แล้วเมื่อก่อน เค้าเป็นนางเอกละครเรื่อง เจ้าซอใจซื่อ  ก็ไม่ได้สนใจตรงนี้อ่ะนะ  เพราะพ่อเค้าเป็นคนเอามาฝาก
ทีมงาน  -  เห็นว่า เสียงดีเลยได้ร่วมงานหรือไงคะ
พี่ต๋อย  -  ตอนนั้นพี่ไม่รู้หรอกนะ  ว่าใครเสียงดีหรือไม่ดี  ทุกวันนี้พี่ก็ไม่รู้  มันอยู่ที่ตัวเค้าเองนะ ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด  ตั้งแต่วันนั้น จนมาทุกวันนี้  พี่ทำงานมา เยอะ  เลยได้รู้ว่า  ทุกสิ่งทุกอย่างมันเอาแน่เอานอนไม่ได้  อยุ่ที่จังหวะ  ดวง  บุคลิกนี่ก็ไม่แน่เหมือนกัน ดูอย่างสมัยนี้บางบุคลิกยัง ดูเท่ห์ไปได้  คนไทยไม่เหมือนฝรั่ง  ฝรั่งนี่เค้าถูกคั้นมาอย่างดีแล้ว  เวลาเค้ายืนอยู่บนเวที  เห็นตัวเค้าแค่นี้  แต่รากของเค้าหยั่งลึกลงไป เหมือนเสาไฟฟ้า  แต่คนไทยนะ  เวลาดังงี้  ยืนร้องเพลงบนเวทีนี่  เหมือนตัวคับโรงเลย  แต่รากมีอยู่นิดเดียวสะกิดนิดเดียวก็ล้มได้แล้ว  พี่ทำงานมาเยอะ  เลยได้เห็นมาเยอะแล้ว




ทีมงาน  -  ชุดนี้พี่โสรยาร้องกี่เพลงคะ
พี่ต๋อย  -  ร้องน้อยนะ มีเพลง  รอยเท้าบนผืนทราย  ริมฝั่งเจ้าพระยา  จนกว่าฟ้าสิ้น  เพียงยิ้มสักครั้ง
ทีมงาน  -  ชุดนี้ ดังที่สุดนี่คือ  รอยเท้าบนผืนทราย  ใช่มั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ชุดนี้ พอถ่ายมิวสิควิดีโอเสร็จ  ออกมาปั๊บ  เปลี่ยนปกเหมือนกัน  ชุดนี้ขายระเบิดเลย  ชุดแรกขายสามแสนห้า  ชุดนี้ขายสี่แสนห้า
ทีมงาน  -  ชุดนี้เปลี่ยนปกแล้ว repeat เนื้อเทป หรือเปลี่ยนปกอย่างเดียวคะ
พี่ต๋อย  -  เรียงใหม่เลย  ก็เอา รอยเท้าบนผืนทรายขึ้นเป็นเพลงแรก  คือที่ทำ ไม่ใช่ตัวเราทำนะ  เจ้าของค่ายเทปเป็นคนทำ
ทีมงาน  -  หลังจากนั้น อีกนานมั้ยคะ ถึงออกเทปชุดต่อไป
พี่ต๋อย  -  ก็ออกมาเรื่อยๆ อะนะ  มีเว้นเป็นบางช่วงเท่านั้นเอง
ทีมงาน  -  มีคอนเสิร์ตมั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  มีคอนเสิร์ตบ่อยมาก
ทีมงาน  -  แบคอัพน้อยลงด้วยมั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  แบคอัพนี่จะอยู่ในห้องอัดนะ  เพระเป็นอาชีพของเรา  ร้องเพลงออกอัลบั้มนี่ เป็นอาชีพฉาบฉวยนะ  เพราะเราต้องอะเร้นจ์เพลง ทำเพลงให้คนโน้น คนนี้มาโดยตลอด
ทีมงาน  -  พี่โสรยาไม่ได้ร้องทุกชุดใช่มั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ไม่ๆ  จะอยู่กับเรากี่ชุดนี่ก็จำไม่ได้  แต่ว่า ชุดแรกที่ไม่มีเค้า ก็คือ  ชุดที่มีเพลง จงรัก  เชียงรายรำลึก  ชุดปริศนานี่  ก็เริ่มไม่มีเค้าแล้วละ  ตอนนั้นเค้าแต่ง งานไปแล้ว
ทีมงาน  -  ทราบมาว่า  ก่อนหน้านี้ พี่ต๋อยก็เคยทำเพลงกับคุณวาสนา  สิทธิเวชด้วย
พี่ต๋อย  -  ใช่  ก่อนนั้นทำตั้งแต่ยังเป็นวงใหญ่  ชุดของวาสนานี่คือ ทำเพลงให้เค้า  ตอนนั้นก็ใช้ชื่อ พิงค์แพนเตอร์ แล้ว  เอาเพลงฝรั่งมาทำ   นี่ถ้าเผื่อมีเทปชุดนี้เก็บ ไว้  พี่จะขอเอามาลงซีดีหน่อย  เพราะตัวพี่เองยังไม่มีเลย
ทีมงาน  -  ในส่วนของวงชาตรี พี่ต๋อยทำเพลงให้ชาตรีเยอะมั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ชาตรีนี่ พี่ทำให้เค้าชุดนึง  แล้วชุดนั้น เป็นชุดที่ขายดีที่สุด
ทีมงาน  -  ชุดอะไรคะ
พี่ต๋อย  -  ภาษาเงิน  เป็นชุดที่ขายดีที่สุดของชาตรี  สมัยก่อน  แสนม้วนนี่ ถือว่าประสบความสำเร็จ  ชาตรีนี่ได้แสนเกือบทุกชุด  แต่พอมาภาษาเงิน นี่ขายได้เกือบ  สามแสน  ในอีเอ็มไอนี่  ชาตรีได้แผ่นเสียงทองคำ  แต่พิงค์แพนเตอร์ได้ แพลทตินั่ม  เพราะได้สามแสนห้า  กับสี่แสนห้า มันไม่ใช่เรื่องของใครเก่ง กว่า ใครหรอก  แต่เป็นเรื่องของใครฟลุคกว่าใคร  ใครมีโอกาสมากกว่าเท่านั้นเอง
ทีมงาน  -  เดี๋ยวนี้ยังติดต่อกับพี่ๆ วงชาตรีอยู่หรือเปล่าคะ
พี่ต๋อย  -  ยังติดต่อกันอยู่  กับคฑาวุธ ก็เพิ่งโทรไปขอซื้อเพลงเค้ามาเล่นคอนเสิร์ต
ทีมงาน  -  เพลงอะไรคะ
พี่ต๋อย  -  ส่งใจถึงเธอ  เพลงนี้เสียงร้องออกมาจะเป็น พิงค์แพนเตอร์ มากกว่า ชาตรี  แต่จริงๆ แล้วเป็นเพลงของเค้า
ทีมงาน  -  ปีที่แล้ว  พี่ป้อม คฑาวุธ ยังไปดูคอนเสิร์ตของพี่ด้วยนะ
พี่ต๋อย  -  พี่ซื้อเพลงของเค้ามาเพลงนึง เพลง  “รักเพียงเธอ”
ทีมงาน  -  วงพิงค์แพนเตอร์ มีสมาชิกทั้งหมดกี่คนคะ
พี่ต๋อย  -  ล่าสุดนี่มี 11 คน
ทีมงาน  -  พี่ออกอัลบั้มทั้งหมดกี่ชุดคะ
พี่ต๋อย  -  20 กว่าชุดนะ  ตลอดยี่สิบกว่าปีมานี่  ออกมาตลอด
ทีมงาน  -  แล้วพี่ต๋อยมีเทปเก็บทุกชุดมั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ไม่มีเลย  (หัวเราะ)  ตามธรรมชาติของนักร้อง  แต่ที่แฟนเพลงจะมีนะ  มีแฟนเพลงคนนึง เป็นนายทหารผู้หญิง  เป็นแฟนเพลงของ พิงค์แพนเตอร์  ตั้งแต่เป็นเรืออากาศโท  ตอนนี้ถ้าเค้าเป็นชาย  ก็ได้เป็นนายพลแล้วละ  แต่นี่  เลยได้ยศเป็น พันอากาศเอก (พิเศษ) หญิง  คนนั้นน่ะ มีทุกชุดเลย   เวลาต้องการจะดูจาก เค้า  ต้องไปขอเค้า  มาทีงี้  เป็นกระเป๋าเลย  ก็นี่ไง  เค้ายังออกแบบโปสเตอร์คอนเสิร์ตนี้ให้ด้วย



»คอนเสิร์ตสีชมพู...โลกกับความรัก
«


ทีมงาน  -  คอนเสิร์ตครั้งที่แล้วเป็นยังไงบ้างคะ  พี่ต๋อยจัดเองหรือเปล่า
พี่ต๋อย  -  พี่จัดเอง
ทีมงาน  -  ถือว่าประสบความสำเร็จมั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ประสบความสำเร็จสิ  จนต้องมาจัดวันที่ 1 นี้ไง
ทีมงาน  -  แล้วมีแผนจะจัดคอนเสิร์ตทุกปีเลยหรือเปล่าคะ
พี่ต๋อย  -  ต้องดูนะ  เพราะจัดทีเหนื่อยเหลือเกิน  ไปจ้างเค้า ค่าใช้จ่ายก็เยอะมาก  อย่างปีนี้  พี่ก็จ้างเค้า
ทีมงาน  -  อยากให้พี่ต๋อยพูดเรื่องคอนเสิร์ตปีนี้บ้างค่ะ
พี่ต๋อย  -  คอนเสิร์ตก็จะมีวันที่ 1 กุมภา  รอบสองทุ่ม  พี่เชิญครูบาอาจารย์มาคนนึง คือ คุณสุเทพ  เป็นต้นแบบในการร้องที่ดีของพี่  มี อ. วิรัช  อยู่ถาวร เป็นคอนดัคเตอร์  มีวินัย  พันธุรักษ์  พี่เป็นคนทำเพลง สิ้นกลิ่นดิน ให้เค้า  ตอนนั้น ก่อนที่จะออกชุด รักฉันนั้นเพื่อเธอ ซะอีกนะ  ทั้ง ชู้ทางใจ ด้วย  พี่ก็ทำดนตรี ให้เค้่า
ทีมงาน  -  พี่อยู่ในวงการมายี่สิบกว่าปี  นานนะ  แล้วพี่ออกผลงานเพลงเป็นวงอย่างนี้มาตลอดเลยเหรอคะ นานกว่าชาตรีอีกนะคะ  ชาตรีออกอัลบั้มแค่ 15 ชุด
พี่ต๋อย  -  พี่ออกแบบนี้มาตลอดเลยจ้ะ  พี่มีห้องอัดของเราเอง  เราร้องเอง  ทำดนตรีเอง  มีรวมฮิตอีกเยอะ  ตอนหลังก็มาอยุ่กับนิธิทัศน์  มิวสิคไลน์  ท็อปไลน์  คือ พอท็อปไลน์เลิกทำเพลงประเภทนี้  หันมาทำลูกทุ่ง  พี่ก็ไปอยู่กับนิธิทัศน์  จากนิธิทัศน์ ก็มาแกรมมี่  แกรมมี่ชุดที่ทำอยู่นี่ก็ร้องกับศรัณย่า  ชุด พิงค์แพนเตอร์ กับ ศรัณย่า
ทีมงาน  -  กี่ปีมาแล้วคะ
พี่ต๋อย  -  หลายปีมาแล้ว  ร่วมๆ เจ็ดแปดปี
ทีมงาน  -  ทุกวันนี้ พี่สังกัดค่ายไหนหรือเปล่า
พี่ต๋อย  -  ไม่แล้ว  อิสระ  พี่จะอิสระมาตลอด  เพียงแต่ว่า  ถ้าทำให้ใครอยู่  ก็จะให้เกียรติ ไม่ทำให้คนอื่น
ทีมงาน  -  ในคอนเสิร์ตครั้งนี้  มีเพลงพิเศษมั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  เพลงพิเศษเหรอ  มันมีอยู่แล้ว  อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเพลงอะไรเป็นเพลงพิเศษ  เพลงที่สำคัญก็มี  เพลงโลกกับความรัก  พี่เคยทำให้กรีนแอปเปิ้ล   ตอนนั้น ยังไม่เป็นพิงค์แพนเตอร์  แต่เป็นวงดนตรีที่มีหัวหน้าวง  เป็นคนทำเพลง  แล้วก็ให้เพื่อนๆ เล่นดนตรี  ทีนี้ เมื่อกรีนแอปเปิ้ลเค้าจะต้องออกเทป  นักร้องชายของวง ออกในช่วงนั้น  ก็จับนักดนตรีในวงกรีนแอปเปิ้ลแต่ละคนมาเทสต์เสียง  ก็ไม่ผ่าน  ทางอีเอ็มไอเลยตัดสินใจเพิ่มเสียงพี่เข้าไป  เมื่อเห็นว่าพี่ร้องเพลงได้  เพราะร้องเป็น ไกด์ให้นักร้องมาหลายคนแล้ว  และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของ พิงค์แพนเตอร์

»ปิดทองหลังพระ«

ทีมงาน  -  ทราบมาว่า พี่ต๋อยทำเพลงโฆษณามาเยอะ  พอจะประมาณได้มั้ยคะว่า มีประมาณกี่เพลง

พี่ต๋อย  -  สองพันห้าร้อยกว่าเพลง
ทีมงาน  -  คอฟฟี่เมต(ฮัม.."อยากบอกทะเล บอกลมฟ้า..บอกความจริงใจกับเธอนั้น".)นี่ ใช่ของพี่ด้วยหรือเปล่าคะ
พี่ต๋อย  -  คอฟฟี่เมทนี่ ทำช่วงแรกนะ  พักหลังไม่ได้ทำแล้ว  สังเกตมั้ยว่า  โฆษณาเดี๋ยวนี้จะออกแนวตลก  เค้าคงเห็นเราทำเพลงเป็นเรื่องเป็นราว  ไม่ตลก   เลย ไม่ค่อยมาจ้าง  เคยดูมิสทีนมั้ย  ชุดที่พระเอกตาบอด
ทีมงาน  -  อ๋อ  ดูๆ ค่ะ
พี่ต๋อย  -  นั่นละ  เสียงร้องพี่เอง
ทีมงาน  -  แต่เสียงพี่เป็นเอกลักษณ์มากนะ
พี่ต๋อย  -  กำลังจะบอกว่า  ตอนนั้นน่ะ  คนจำเสียงไม่ได้
ทีมงาน  -  ล่าสุดมีอะไรบ้างคะ ที่ดังๆ ( ขณะนั้น  เสียงเพลง สวัสดีเมืองไทย จากมือถือพี่ต๋อย ก็ดังขึ้น )
พี่ต๋อย  -  ก็นี่ไง  สวัสดีเมืองไทย  เพลงนี้พี่ก็ทำให้เค้า  เค้าจะขอพวกพี่ไปเป็นเกสต์  แต่พี่เห็นว่า มันไม่เข้ากับพิงค์แพนเตอร์  เลยปฏิเสธไป  เดี๋ยวไปแย่งซีนเค้าพัง กระจาย
ทีมงาน  -  ถ้าเกิดตอนนี้  มีคนมาจ้างพี่ทำเพลงโฆษณา
พี่ต๋อย  -  พี่ทำอยู่แล้วละ  ถ้ามีหลุดมาถึงพี่  อย่างตอนนี้ ก็มีเพลง สวัสดีเมืองไทย

»มุมมองของเสือ«

ทีมงาน  -  พี่มองว่า ศิลปินยุคก่อน กับยุคนี้ ต่างกันยังไงบ้างคะ  เอาเรื่องเนื้อหาดนตรีก่อน
พี่ต๋อย  -  เอายุคพี่นะ  เพราะจากยุคพี่  ก็จะมียุคกลาง  เบิร์ด นันทิดา แล้วถึงมายุคปัจจุบัน  เรื่องเนื้อหาดนตรี  สำหรับพี่คิดว่า  สมัยก่อนใช้หัวคิดมากกว่า  แล้วก็เอาต้นแบบมาจากเพลงไทยที่ฟังๆ กันอยู่  เช่น ยุคสุเทพ  ชรินทร์  พอถึงเราก็เป็นวงสตริงอย่างนี้  ดิ อิมพอสซิเบิ้ล  ซิลเวอร์แซนด์  พิงค์แพนเตอร์  ดนตรีเรา ก็จะ เป็นกึ่งๆ ไทยสากลเก่าๆ ผสมกับสตริง  แนวดนตรีก็จะคิดขึ้นมาเอง  การแต่งเพลงในสมัยพี่  ก็ยังคำนึงถึงเรื่องเนื้อหาสาระ  ความเป็นอมตะ  เนื้อสัมผัส  เพราะของเดิมที่ฟังกันนั้น  ภาษาเพลงเป็นศิลปะ มีสัมผัส ทำให้จำง่าย  ถ้าไม่สัมผัสกันเมื่อไหร่ เราจะรู้สึกเลยว่ามันผิด พี่มาได้อิทธิพลการแต่งเพลงจาก ตรงนั้น  แต่แต่งได้ไม่เยอะก็เลิกแต่ง  เพราะเราไม่ใช่กวี  ไม่ได้เกิดมาเพื่อแต่งเพลง  แต่สมัยก่อน  คนที่แต่งเพลงนั้นเค้าเป็นกวี  เป็น born to be  แต่เราไม่ใช่  เรา born to be  มาแค่นี้  แต่เราก็แค่นที่จะไปแต่งเพลง  ก็แต่งได้บ้าง  แต่ไม่ลึกซึ้ง  เลยไม่มีกำลังใจแต่งสักเท่าไหร่  สังเกตว่า เพลง ที่พี่แต่งเองจะมีน้อย     ถ้าพี่แต่งเพลงสมัยนี้นะ คงแต่งได้เยอะ แค่พี่เอาข้อความจากหนังสือพิมพ์มา  พี่ก็ร้องเป็นเพลงได้แล้ว   เพราะว่ามัน ไม่มีสัมผัส  เนื้อหาก็ไม่มีอะไร  แต่มันเป็นแฟชั่น  ซึ่งถ้าถามพี่ว่า  ยอมรับมั้ย  พี่ไม่ยอมรับนะ  เพราะอะไร  เพราะจากการทำงานจากวันนั้น จนวันนี้  พี่ได้รู้ลึกเข้าไปว่า  คนที่แต่งแล้วไม่มีสัมผัส ก็มักจะบอกว่า แต่งแบบมีสัมผัส    แล้วเชย เลยไม่แต่ง  แต่ถ้าคุณเป็นนักแต่งเพลงจริงๆ  แล้วมีคนบอกว่าไหนลองแต่ง ให้ไม่สัมผัสซิ  ส่วนใหญ่เค้าก็ทำไม่ได้หรอก  แต่คนที่ทำได้ก็มีนะ  เพลงดีๆ ก็มี  แต่ด้วยจังหวะ ด้วยโอกาส  เพลงประเภท ที่ไม่สัมผัส หรือเนื้อหาสาระตื้นๆ น่ะมีเยอะ  ดูเอานักร้องสวย นักร้องหล่อดีกว่า แล้วก็พรีเซ้นต์ออกมาแปลกๆ  ทรงผมแปลกๆ  ทำท่าแปลกๆ  ร้องแล้วต้องเต้นด้วย  ไม่เต้น ไม่ได้  มันก็เลยเกิดเพลงที่มีอายุสั้นๆ เกิดขึ้น  ซักสามเดือนจบ  สังเกตว่า มีเพลงดังเป็นปีมั้ย  ย้อนไปยุคกลางยังดีกว่านะ  “หากเราต้องจากกัน  จะเป็นด้วย เหตุใด.....”  พี่ไปเดินห้างฯ    แล้วได้ยินเพลงนี้  มีความรู้สึกว่า เพราะมาก  ถึงจะสัมผัสหลุดไปบ้าง ก็ไม่เป็นไร  แต่ปัจจุบันนั้น  ไม่เตะเข้าในหูแม้แต่นิดเดียว  แม้แต่เพลงโฆษณา   เพลงของสุนทราภรณ์เค้าดีๆ  เอามาเปลี่ยนเป็นเป็นเพลงอะไรซักอย่าง  สัมผัสไม่ใส่   ถ้าเกิดแต่งดีจริง  เปลี่ยนเนื้อหาสาระ ยังไง ก็ตาม  ถ้ามีฝีมือ  ต้องเอาสัมผัสให้ได้  ลูกค้าจะเอา ยังไงเค้าก็เอาอยู่แล้ว  แต่เราต้องยัดเยียดสิ่งที่ถูกต้อง  สิ่งที่ดีให้เค้า  ลองไปฟังเพลง  สวัสดีเมืองไทย ดูสิ  มีอะไรที่ไม่มีสัมผัสมั่ง  แต่คนจะไม่รู้  แค่มีนักร้องที่เป็นวัยรุ่น ก็ทันสมัยทั้งนั้น  แต่ถ้าเราทักว่า มันไม่สัมผัส  ก็จะมีเสียงบอกว่าสัมผัสเชย  ถ้างั้นลองให้แต่งแบบ มีสัมผัสสิ  กลับจะแต่งไม่ได้ซะอีก


ทีมงาน  -  พี่ลำบากใจบ้างมั้ยคะ  ถ้าเกิดเจอลูกค้าที่จะเอาเพลงสมัยใหม่

พี่ต๋อย  -    ไม่ลำบากใจครับ  เพราะว่าลูกค้าเค้าไม่รู้หรอก  แค่ทำออกมาให้ถูกก็แล้วกัน  เหมือนการออกแบบบ้านซักหลัง  ลูกค้าอยากได้โน่นได้นี่  พี่ก็จะลงรากลึกๆ  แล้วข้างบนสวย  บ้านก็จะไม่โยก  แต่ถ้าลูกค้าอยากได้โน่นได้นี่  แล้วรากจะยังไงก็ได้  ไม่มีรากก็ได้  ถ้าเป็นแบบนี้ แตะนิดเดียวก็ทรุด  ถ้าถามพี่ถึงเรื่อง วงการเพลง ในสมัยพี่ กับสมัยนี้  พี่จะพูดอย่างนี้ทุกครั้ง
ทีมงาน  -  พี่ต้องปรับตัวมั้ยคะ อย่างเช่นจังหวะดนตรีนี้ ที่ต้องใส่เครื่องดนตรีใหม่
พี่ต๋อย  -  ดนตรีน่ะไม่มีปัญหา จากยุคนั้นมาถึงยุคนี้ ถึงแม้จะต่างกัน แต่ก็ต่างในทางที่ดีขึ้น  ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมาร่วม 30 ปี ความรู้ทางด้านมิกซ์เสียง การ พัฒนาการ มีฝรั่งมาร่วมงานด้วย  แม้กระทั่งมีคนที่เรียนจบด้านนี้จากเมืองนอกเข้ามาในวงการ  เริ่มป้อนสิ่งที่ถูกต้องทางด้านเสียงให้  สมัยก่อน เล่นดนตรี เล่นกีต้าร์ เวลาจะแกะเพลง  ต้องแกะจากเทปคาสเซ็ต หรือแผ่นเสียง  แต่ปัจจุบันจะมีซีดีแกะ  มีซีดีมาให้ดูเลยว่า  ฝรั่งเล่นยังไง  แม้กระทั่ง   วิธีการเล่นกีต้าร์  ฟังอย่างเดียว อาจจะไม่รู้ว่า เค้าเล่นยังไง  position อาจผิดก็ได้  นักดนตรีไทยทุกวันนี้เก่งกว่าเมื่อก่อนในทางปฏิบัติแต่ทางโน้ตจะ  ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่  เพราะจะ เป็นสตริงซะส่วนใหญ่  วงคอมโบชนิดที่มีโน้ตกาง  มีคอนดัคเตอร์ มีนักร้องมาร้อง จะไม่ค่อย เห็นแล้ว  นักดนตรีวงคอมโบที่มีคอนดัคเตอร์ มีโน้ตกางเวลาเล่น  นั่นหมายถึง นักดนตรีจะต้องเก่ง  อ่านโน้ตได้เหมือนอ่านหนังสือ  แต่ปัจจุบัน มักจะใช้หูฟัง ตาดู ว่าเค้าจะเอายังไง  เพราะเหตุนี้ ผู้เสพก็จะได้ในสิ่งที่สมบูรณ์แล้ว  แม้แต่เสียงร้องยังมาแก้ในคอมให้ไม่เพี้ยนได้เลย  ขั้นตอนในห้องอัด   ตอนนี้ลึกล้ำมาก  ดนตรีเดี๋ยวนี้ไม่ใช้เครื่องจริง แค่มีคอมก็ใช้ได้แล้ว  สมัยก่อนเราต้องเขียนโน้ต ร่างเป็นแผ่น เป็นเส้นๆ  ช่วงไหนใช้เครื่องดนตรีอะไร  แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าคนสมัยก่อนมาเขียนเพลง  ก็ต้องใช้คอมเขียน แล้วคลิกเพื่อดูโน้ต  แต่ถ้าเกิดแต่งเพลง แต่เขียนโน้ต ไม่เป็น  แต่หูดี ก็ใช้กดคอมแล้วฟังเสียง   หาจังหวะเอง  แค่คีย์บอร์ดอันเดียว  เมื่อก่อนคนเขียนเพลงแค่ดูโน้ตที่เขียนออกมา  จะรู้เลยว่า เพลงไหนเพราะไม่เพราะ  สมัยก่อนตอนที่พี่เรียน   เรียบเรียงเสียงประสาน  พอเขียนสกอร์เสร็จ  อาจารย์ก็จะให้แต่ละคนเรียกนักดนตรีมาในวันสอบ  แล้วก็ให้ทุกคนฟังเพลงที่ตัวเองเขียน ว่าเป็นยังไง    แต่อาจารย์น่ะรู้แล้ว ว่าแต่ละเพลงนั้น มีอะไรผิด อะไรถูก  แต่เดี๋ยวนี้จะหาแบบนี้ไม่มีแล้ว เดี๋ยวนี้จะเป็นแบบเขียนเพลงไปช่วงนึง ก็จะได้ยินเสียงทันที   อันนี้ก็จะอยู่ที่ไอเดีย ฝีมือ การใช้เครื่อง
ทีมงาน  -  อย่างนี้พี่ต๋อยก็ต้องคอยปรับตัวสิคะ
พี่ต๋อย  -  พี่ปรับตัวมาตลอด  พี่ถึงกล้าพูดได้เต็มปากว่า จาก 30 กว่าปีที่ผ่านมา  พัฒนาการทางด้านดนตรี ด้านร้องเพลง ด้านเนื้อเพลง  ด้านความ หมายของเพลง  พี่มีการปรับตัวมาตลอด  แต่สิ่งที่เราไม่ปรับตัวเข้าหา  คือ ภาษาของเพลง  แล้วก็ไม่ต้องพูดถึง  ภาษาของเพลงที่ร้อง เวลานี้  มันพังไปหมดแล้ว  เพราะภาษาใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว  มันอันตรายตรงที่ผู้เสพไม่รู้ว่า  นี่คือภาษาใหม่  นี่คือภาษาเก่า  อย่างเช่น  เพลงของสุนทรา ภรณ์  เราไม่จำเป็นต้องร้องเหมือนกับเค้า  แต่ร้องให้ถูกก็พอ  แต่ถ้าคนฟังยังชอบแนวสุนทราภรณ์  ไม่คิดที่จะฟังแนวอื่น  นอกเหนือจากเดิม  ก็ต้องปล่อยเค้าไป  แต่พอเราเอามาทำดนตรีใหม่ ให้คนร้องใหม่ คนฟังก็ฟังว่า เพราะเหมือนกัน  ซึ่งพี่เองก็มีประสบการณ์กับการ  ทำเพลงเก่ามามาก  อย่างชุด สุนทราภรณ์ โกลด์ ซีรี่ส์  คนชอบส่วนใหญ่ก็ซื้อมาฟัง  ชุดนี้ขายดีมาก  แต่คนที่ยังยึดติดกับสุนทราภรณ์  ก็จะติงว่าทำไมเสียงมันต่างจากเดิมเยอะนัก  ซึ่งเด็กยุคใหม่ ก็จะยอมรับเพลงเก่า ในแบบของนักร้องใหม่  เรียกว่า ต่างยุคต่างสมัย  ซึ่งพี่เป็นคนทำเพลง ก็จะทำ เพลงให้คนทั้ง 2 ด้านเข้ากันให้ได้  พี่จึงเป็นคนที่ทำเพลงเก่าให้แกรมมี่มากที่สุด  ตั้งแต่สุนทราภรณ์ โกลด์ ซีรี่ส์  เพิ่งมาหยุดเอาที่ชุดของ อรวี  ชื่อชุด  รักที่คิดถึง

»สูงสุดแห่งชีวิต«

ทีมงาน  -  พี่ต๋อยแต่งเพลงมาทั้งหมดกี่เพลงคะ
พี่ต๋อย  -  เรื่องการแต่งเพลงนี่ ต้องแยกให้ดี  แต่ง หรือเรียบเรียง  แต่งนี่ก็คือ แต่งเนื้อ แต่งทำนอง  อันนี้ไม่เท่าไหร่หรอก  มันจะมีแต่ของพิงค์แพนเตอร์เท่านั้นเอง   อย่างที่บอก พี่เป็นคนเจียมตัว อะไรที่ทำแล้วไม่แน่ใจว่าดี ยิ่งโดยเฉพาะเป็นของรุ่นครูบาอาจารย์เค้าอยู่  พอฟังเพลงเหล่านั้น แล้วก็คิดได้ว่า อย่าดีกว่า  เรียบเรียงดีกว่า เอาเพลงเก่าอย่าง จงรัก เชียงรายรำลึก มาร้องดีกว่า
ทีมงาน  -  แล้วพี่มีปั้นเด็กในสังกัดบ้างมั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ไม่มีเวลาปั้น  เพราะส่วนใหญ่ก็ทำอยู่กับงานที่จะต้องรับผิดชอบ  งานโฆษณา  เพลงโฆษณา  งานของวง  แต่งานของวงนี่ ปีนึงก็มีไม่เท่าไหร่ นอกจากว่า  จะมีใครมาเชิญจริงๆ  แล้วก็ทำให้แกรมมี่  มาปีนี้ ครึ่งปีหลังก็ว่างจากแกรมมี่  ก็มาทำคอนเสิร์ต
ทีมงาน  -  แล้วเดี๋ยวนี้ เวลาไปไหนต่อไหน  มีคนจำได้มั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ได้ มีคนจำได้  แต่ก็ต้องเป็นพวกรุ่นผู้ใหญ่ๆ  แต่ถ้ามีเด็กรุ่นหลังจำได้นะ  ดีใจตายเลย
ทีมงาน  -  พี่ให้ลูกพี่เล่นดนตรีบ้างมั้ยคะ
พี่ต๋อย  -  ลูกชายเหรอ  ตอนนี้เค้าเป็นโปรดิวเซอร์อยู่  ทำเพลงให้นันทิดา
ทีมงาน  -  ปีที่แล้ว  ก็เห็นยังขึ้นเวทีคอนเสิร์ตด้วยเลย
พี่ต๋อย  -  แต่ปีนี้ไม่ขึ้นแล้วล่ะ  เค้าขอบันทึกเสียงอย่างเดียว
ทีมงาน  -  พี่มีลูกกี่คนคะ
พี่ต๋อย  -  มีคนเดียว  อายุ 26  ตอนนี้ก็เรียนปริญญาโท ด้านนิเทศศาสตร์
ทีมงาน  -  พี่ต๋อยไม่คิดที่จะให้เค้าทำเทปเหรอคะ
พี่ต๋อย  -  ไม่นะ  เรื่องการร้องเพลงนี่ เค้าจะไม่ถนัดเท่าไหร่  ฟังแล้วยังไม่มีแวว  ทำเพลงดีกว่า
ทีมงาน  -  แล้วปัจจุบันนี้  พี่ต๋อยก็ทำอาชีพนี้เต็มตัว
พี่ต๋อย  -  ก็ทำงานด้านทำเพลงโฆษณานี่เต็มตัว
ทีมงาน  -  สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิตพี่ต๋อยล่ะคะ  มีอะไรบ้าง
พี่ต๋อย  -  สิ่งภูมิใจในชีวิตของพี่ มี 2 สิ่งนะ  คือ  1. การได้รับพระราชทานรางวัลจากในหลวง ในงานสังคีตมงคล ที่ ดิ อิมพอสซิเบิ้ล กับ  ซิลเวอร์แซนด์ ได้รับเป็นปีสุดท้ายที่ในหลวงออกงานพระราชทานด้วยพระองค์เอง  และ 2 ก็คือ เพลง รักฉันนั้นเพื่อเธอ  ทำให้พี่มีวิถีชีวิต ที่ดีขึ้นอย่างจริงจัง  จากคนทำดนตรี ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน  กลายเป็นศิลปินนักร้องที่มีคนรู้จักมากมาย

.......และนี่คือ เรื่องราวชีวิตส่วนหนึ่งของผู้ชายที่ชื่อ...วิชัย  ปุญญะยันต์..... 

มอลลี่/ ไอรดา : ผู้สัมภาษณ์

ไอรดา/ ดีเจแก้มยุ้ย : เรียบเรียง



สงวนสิทธิ์การเผยแพร่ส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความหรือรูปภาพประกอบของเวบนี้  @All rights reserved. Contact us : webmaster@oldsonghome.com

1